ฮวงจุ้ยบ้าน

วิธีจัด “ฮวงจุ้ยบ้าน” ตามหลักทิศทางลม ทําให้บ้านเย็น แบบประหยัดพลังงาน

“ค่าไฟแพง” ปัญหาที่มาพร้อมอากาศร้อนระอุใน ฤดูร้อน ของประเทศไทย โดยเฉพาะช่วงที่อากาศร้อนจัดทำให้หลายบ้านทนไม่ไหวต้องเปิดแอร์ หรือบางคนที่ยังคง Work From Home กันอยู่ก็มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ภายในบ้านที่เพิ่มขึ้นมา พอถึงเวลาบิลค่าไฟมาก็ลมแทบจับ ไม่รู้ว่าเพราะอากาศร้อนหรือเพราะตัวเลขค่าไฟกันแน่ เพื่อเป็นการรับมือกับความเครียดในช่วง หน้าร้อน แบบนี้ วันนี้ Ruay 365 จึงมีวิธีจัด “ฮวงจุ้ยบ้าน” ให้ถูกหลัก “ทิศทางลม” ช่วยทําให้บ้านเย็นแบบไม่ง้อแอร์ มาแก้ปัญหาอากาศร้อนให้กับทุกคนกัน

6 วิธีทำให้บ้านเย็น​

วิธีทำให้บ้านเย็น​

เนื่องด้วย กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน อุณหภูมิพุ่งปรี๊ดแบบสุด ๆ บ้านที่เคยอยู่สบาย ก็เริ่มกลายเป็นเตาอบ จะออกไปข้างนอกทีแดดร้อน ๆ ก็เล่นเผาผิวจนแทบไหม้ ครั้นจะให้เปิดแอร์ก็ต้องมาทนปาดเหงื่อกับบิลค่าไฟอีก งั้นมาลองดู 6 วิธีทำให้บ้านเย็น​ สอดคล้องกับ ฮวงจุ้ยบ้าน ที่จะช่วยให้คุณผ่านหน้าร้อนนี้ไปได้แบบไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน

เลือกสีทาบ้านให้เหมาะสม

ถ้าเป็นบ้านใหม่ สามารถทำวิธีนี้ได้ไม่ยุ่งยาก โดยสามารถทำการเลือก สีทาบ้าน สีภายในบ้าน โทนอ่อน ๆ เพื่อช่วยลดการอมความร้อนไว้ตั้งแต่เริ่มแรก ส่วนบ้านไหนที่อยู่มานานแล้ว อยากแก้ปัญหาอากาศร้อนด้วยวิธีนี้ ก็อาจจะต้องใช้ต้นทุนไม่น้อยในการจ้างช่างทาสี 

ซึ่งวิธีที่จะประหยัดได้ดีที่สุด คือ เจ้าของบ้านอาจจะให้สมาชิกในบ้านช่วยกันลงมือทาเอง งานอาจจะไม่เนี้ยบเท่ากับจ้างช่าง แต่ก็ใช้ได้ในระดับหนึ่ง การเลือกสีแนะนำให้เลือกเป็น สีโทนเย็น เช่น

  • สีเขียว สีฟ้า ช่วยทำให้อุณหภูมิในห้องเย็นลงได้
  • สีขาว สีครีม สามารถสะท้อนแสงได้ดี เป็นการช่วยประหยัดการใช้ไฟฟ้าเพื่อส่องแสงสว่างให้น้อยลง
  • สีเอิร์ธโทน สีน้ำตาล ให้ความรู้สึกสบาย และผ่อนคลาย เหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติตลอดเวลา

นอกจากนี้สีสันแต่ละสีให้หลากอารมณ์และความรู้สึกได้หลายมิติ โดยทางฮวงจุ้ยการใช้สีให้เหมาะจะช่วยเพิ่มอิทธิพลให้กับฮวงจุ้ยในการส่งผลให้เกิดความรุ่งเรืองและร่ำรวยได้ด้วย ดู สีบ้านถูกโฉลก​ตามวันเกิด คลิก!

เปลี่ยนผ้าม่าน

ใครจะอยากตื่นมาแล้วแดดแยงตา มันช่างน่าหงุดหงิดซะเหลือเกิน ฉะนั้นการเลือกผ้าม่านจึงเป็นสิ่งสำคัญ แนะนำให้เป็น ม่านแบบโซล่าร์ ซันสกรีน หรือผ้าม่านแบบแบล็กเอาท์ จะช่วยกันแสงแดดได้ดีขึ้น ในขณะที่สามารถถ่ายเทอากาศและมองเห็นภายนอกได้ ไม่มืดทึบจนเกินไป และยังช่วยป้องกันได้ทั้งรังสี UV และความร้อน

และถ้าจะให้ดี อยากให้บ้านอยู่สบาย อยู่เย็นเป็นสุข ควรจะเลือกเป็น “สีผ้าม่านรับทรัพย์” ด้วยก็จะยิ่งช่วยเสริมดวงเฮง ช่วยเรื่องในการนอนหลับได้เป็นอย่างดี โดยสีผ้าม่านเสริมดวงเฮงให้บ้านคุณในด้านต่าง ๆ ได้แก่

  • สีแดง เสริมความรัก : หากใครมีปัญหากับคนในบ้าน เรื่องความรัก ความสัมพันธ์ การติดม่านสีแดงไว้ในบ้าน โดยเฉพาะห้องนอนของคู่ครอง จะทำให้กระชับความสัมพันธ์ และ หันหน้ากลับมาคุยกันได้ดีมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น
  • สีเหลือง เสริมความก้าวหน้า : หากคุณต้องการจะเสริมเรื่องการงาน หรือ การเรียนให้กับบุตรหลานของท่านภายในบ้าน แนะนำให้ใช้สีเหลือง เพื่อเสริมความก้าวหน้าในชีวิต  จะกระตุ้นความกระตือรืนร้นของคนในบ้าน ให้มีไฟในการเรียนรู้ และการทำงาน เป็นอย่างมาก
  • สีส้ม เสริมความโชคดี : อาจเป็นห้องหอ หรือ บ้านเช่า ที่บางครั้งไม่สามารถปรับทิศทางการอยู่อาศัยได้มาก เมื่อคุณอยู่แล้วรู้สึกโชคไม่ดี การติดผ้าม่านสีส้มช่วยเสริมเรื่องโชคให้คุณได้ ทั้งเรื่องการเงิน การงาน สุขภาพ ความรัก ล้วนทำให้โชคดียิ่งขึ้น
  • สีเขียว เสริมความอุดมสมบูรณ์ : บ้านไหนที่รู้สึกถึงความแห้งแล้ง หรือ มีต้นไม้ มีน้ำบริเวรบ้านแล้ว บ้านก็ยังดูร้อนอยู่ ยังไม่ร่มเย็น คนในบ้านยังมีอารมณ์ร้อนเป็นฟืนไฟ  ผ้าม่านสีเขียวช่วยดับร้อน เติมความอุดมสมบูรณ์ ความเย็นใจให้คนในบ้านได้
  • สีน้ำตาล เสริมความเข้าใจ : ความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งถ้าเป็นห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่น ควรเป็นสีนี้ เพื่อความไม่แตกแยก และสามารถเคลียร์ปัญหาได้ในห้อง ๆ นี้ ที่มีผ้าม่านสีน้ำตาล จะทำให้ทุกอย่างลงตัวมากยิ่งขึ้น
  • สีม่วง ดึงดูดทรัพย์ : เสริมเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เรื่องโชคลาภ เน้นสีม่วงเป็นหลัก อาจจะเป็นม่านในห้องทำงาน ร้านค้า ที่จำเป็นต้องมีม่าน จะทำให้ค้าขายดี รับทรัพย์ ดึงคนเข้าร้าน สะดุดตาจนเกิดเป็นความน่าสนใจ
  • สีขาว ความสุขความเจริญ : ควรเป็นสีม่านแห่งห้องพระ หรือ ห้องนอนก็เป็นได้ เพื่อความผ่อนคลาย อารมณ์ จิตใจ นำซึ่งพลังของความสุข และ การเจริญของจิตใจที่ดีมาสู่แห่งคุณ
  • สีดำ เสริม อำนาจบารมี : ส่วนใหญ่จะเป็นสีที่เหมาะสำหรับห้องหัวหน้างาน หรือ เจ้าของกิจการต่างๆ ที่ต้องเสริมเรื่องอำนาจ บารมี เพื่อให้คุณเป็นที่เคารพ ยำเกรง น่านับถือ ต่อลูกน้อง บริวารของคุณ

ปลูกต้นไม้บริเวณหน้าบ้าน 

ต้นไม้ช่วยลดความร้อนและเพิ่มออกซิเจนในอากาศ ต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น เทียบเท่ากับการมีเครื่องปรับอากาศขนาด 1 ตัน เลยทีเดียว (เท่ากับ 12,000 BTU) ดังนั้น หากปลูกต้นไม้ไว้รอบ ๆ บ้าน ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มแอร์ธรรมชาติได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในห้องที่อยู่ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้มากขึ้น 

ถ้าหากใครกำลังมองหา ต้นไม้ให้ร่มเงา ปลูกต้นไม้หน้าบ้าน ก็สามารถเลือกปลูกเป็น ต้นไม้มงคล ด้วยก็จะยิ่งส่งเสริม ฮวงจุ้ยบ้าน ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก เช่น

  • ต้นหูกระจง ส่วนใหญ่นิยมปลูกต้นหูกระจงเพื่อตกแต่งสวน เป็นต้นไม้ให้ร่มเงาในบ้าน เนื่องจากลำต้นสูงใหญ่ อายุยืน และช่วยบังแดดได้ดี อีกทั้งยังเป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าปลูกแล้วจะมีความสุขความเจริญมากขึ้นด้วย
  • ไทรย้อย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สามารถบังแดดได้ดี โบราณเชื่อว่าหากปลูกไว้ในบ้านจะทำให้ร่มเย็นเป็นสุข ป้องกันอันตรายทั้งปวง 
  •  ต้นทองกวาว เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางแบบผลัดใบ นิยมปลูกกลางแจ้ง โดยเว้นระยะให้ห่างจากตัวบ้านพอสมควร เชื่อกันว่าหากปลูกไว้ในบ้านจะมีเงินเยอะ

ไม่ควรวางสิ่งของใกล้เครื่องปรับอากาศ

ในช่วงหน้าร้อน แอร์ หรือ เครื่องปรับอากาศ จะต้องทำงานหนักมากขึ้น จึงไม่ควรมีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการระบายความร้อนสูงวางอยู่ใกล้ ๆ อย่างเช่น ตู้เย็น เตารีด หรือโคมไฟ เพราะจะไปเป็นการเพิ่มความชื้นในอากาศที่ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักยิ่งขึ้น

ส่วนบ้านไหนที่ทนร้อนไม่ไหว จนต้องซื้อแอร์มาติดตั้ง แนะนำว่าไม่ควรติดตั้งแอร์ตรงข้ามกับตำแหน่งเตียงนอน หรือไม่ควรให้ลมเป่าไปที่ปลายเท้าโดยตรง เพราะปลายเท้าเป็นอวัยวะที่รวมจุดสำคัญไว้ เมื่อเท้าได้รับความเย็นมาก ๆ สุขภาพก็จะอ่อนแอ ไม่แข็งแรงตามไปด้วย

ให้วางตำแหน่งด้านข้างทางปลายเท้าจะดีที่สุด นอกจากนี้เครื่องปรับอากาศไม่ควรติดตั้งเหนือศีรษะ เช่น หัวเตียงนอน, ที่นั่งทำงาน เพราะการจัดวางในลักษณะดังกล่าว เสมือนเป็นการนั่งใต้คาน ทำให้ผู้นั่งรู้สึกถูกกดทับส่งผลให้ปวดหัวได้

ใช้หลอดไฟแบบประหยัดพลังงาน

เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน แนะนำให้ใช้หลอดไฟแบบตะเกียบ ซึ่งจะช่วยให้ความร้อนในห้องลดลง นอกจากนี้ควรปิดดวงไฟที่ไม่ใช้ เพราะหลอดไฟเป็นอีกหนึ่งแหล่งความร้อนในบ้าน ซึ่งการติดตั้งหลอดไฟ ถ้าคำนึงถึงหลัก ฮวงจุ้ยบ้าน ก็จะช่วยในเรื่องของการมองเห็นแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการเสริมความเป็นสิริมงคลให้อีกด้วย 

เนื่องจากหลอดไฟเป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิตชีวา เป็นความสว่างสดใสของชีวิต โดยตำแหน่งของหลอดไฟตามหลักฮวงจุ้ย คือ

  • ทิศเหนือ จะช่วยเสริมดวงในอาชีพการงาน 
  • ทิศใต้ จะช่วยเสริมชื่อเสียงให้มีแต่คนนับหน้าถือตา 
  • ทิศตะวันออก จะช่วยเสริมสุขภาพของคนในบ้าน 
  • ทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะช่วยเสริมความร่ำรวย 
  • ทิศเหนือ จะช่วยด้านการศึกษา 
  • ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะช่วยเสริมดวงเรื่องการผูกมิตร มีคนรักใครเอ็นดู

เปิดทางให้ลมพัดผ่านเข้ามาในบ้านได้

ด้วยธรรมชาติของลม จะพัดเข้าบ้านเมื่อมีทางให้ลมออกเท่านั้น ดังนั้น การวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ในบ้าน หากไปบังทิศทางลม ก็จะทำให้ลมไม่สามารถพัดเข้ามาได้ ดังนั้น ควรจัดวางให้อยู่ชิดติดผนัง และไม่ขวางทางประตูหน้าต่าง นอกจากจะเป็นการเปิดทางให้ลมเย็น ๆ พัดเข้าออกแล้ว ยังเป็นการเพิ่มพื้นที่ในห้องให้ดูกว้างขึ้นด้วย ส่วนใครที่อยากให้ลมพัดเข้ามาในบ้าน ให้ทุกห้องได้ลมอย่างทั่วถึงไปดูวิธีจัดทิศทางลมในบ้านให้หมุนเวียน ในหัวข้อถัดไป

จัด ฮวงจุ้ยบ้าน ให้ถูกหลัก ทิศทางลม

ฮวงจุ้ยบ้าน

ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวมากขึ้น บ้านที่ดีควรจะเป็นบ้านที่เมื่อเดินเข้าบ้านไปแล้ว อุณหภูมิภายในบ้านเย็นกว่าอุณหภูมิภายนอก ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสัมผัสได้ถึงความสบายเนื้อ สบายตัวแล้ว ยังช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ดีอีกด้วย

ฉะนั้น “ทิศทางลม” จึงเป็นหลัก ฮวงจุ้ยบ้าน สำคัญที่ทุกคนควรรู้ และไม่ควรมองข้าม ซึ่งอากาศบ้านเราแม้จะมีบางวันที่มีลมเย็น ๆ หรืออยู่ ๆ ก็มีฝนนอกฤดูกาล แต่โดยรวมแล้วอากาศค่อนข้างร้อนถึงร้อนมากที่สุดอยู่ดี ซึ่งในแต่ละฤดูทิศทางลมก็จะแตกต่างกันไป ดังนี้

ทิศทางลมในแต่ละฤดู

  • ฤดูร้อน (ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม) ทิศทางลมจะพัดมาทางทิศใต้ ถือว่าเป็นลมที่ดี ช่วยลดความร้อนของอากาศลงได้
  • ฤดูฝน (ช่วงเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน) ทิศทางลมจะพัดมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ลมนี้เรียกว่า “ลมมรสุม”
  • ฤดูหนาว (ช่วงธันวาคม-กุมภาพันธ์) ทิศทางลมจะพัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเรียกว่า “ลมหนาว”

ทิศบ้าน และ ทิศทางลม กับฮวงจุ้ย

เมื่อรู้แล้วว่าแต่ละฤดูจะมีทิศทางลมอย่างไร มาดูกันต่อว่าทิศบ้านที่ดีควรหันไปทางไหน และเมื่อพิจารณาควบคู่กับฮวงจุ้ยแล้วเป็นอย่างไร

การวางทิศบ้านใหัหันไปทางทิศใต้ 

ถือเป็นทิศที่ดี เพราะเป็นทิศที่มีลมพัดเข้าบ้านตลอด จึงควรเปิดหน้าบ้านให้โล่ง เพื่อดึงลมเข้าบ้านให้มากที่สุด รวมทั้งไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่บังหน้าบ้าน เพราะจะเป็นการบังทิศทางลม หากพื้นที่หน้าบ้านกว้างควรขุดบ่อน้ำ หรือทำสระน้ำไว้หน้าบ้าน เพื่อให้ลดพัดไปเย็นเข้าสู่ตัวบ้าน

การวางทิศบ้านให้หันไปทางทิศทิศตะวันตกเฉียงใต้ 

เป็นทิศของลมมรสุมที่ค่อนข้างแรง จึงควรปลูกต้นไม้ไว้ช่วยลดความแรงของลมได้ โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ที่มีรากแก้วเพื่อไม่ให้ต้นไม้ล้มได้ง่ายนัก และควรปลูกให้ห่างจากตัวบ้าน เนื่องจากลมมรสุมที่แรง หากต้นไม้ล้มจะได้ไม่หักโค่นทับตัวบ้าน

การวางทิศบ้านให้หันไปทางทิศเหนือ 

โดยปกติจะได้รับอิทธิพลจากลมหนาว แต่ประเทศไทยไม่มีลมหนาวมากนัก จึงไม่ต้องกังวลในจุดนี้ แต่ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วหาวางทิศบ้านหันไปทางทิศเหนือ หลังบ้านควรจะมีภูเขา เพื่อช่วยลดความเร็วของลม โดยตำแหน่งภูเขาจะต้องอยู่ทางทิศเหนือ หรือตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อช่วยบังลมหนาว

การวางทิศบ้านให้หันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 

จะได้รับอิทธิพลของลมมากที่สุด หากในแง่ของการวางทิศบ้านให้ถูกทิศทางลมแล้ว ถือว่าทิศนี้รับลมได้ดีที่สุด แต่ข้อเสียคือบ้านตั้งอยู่ในแนวลมมรสุม ซึ่งเสี่ยงต่อการที่บ้านจะเสียหายจากลมพายุได้ง่ายเมื่อเกิดพายุฝน

การวางทิศบ้านให้หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 

เป็นอีกหนึ่งทิศที่จะได้รับอิทธิพลจากลมหนาว ซึ่งในทางฮวงจุ้ยแล้วถือว่าเป็นทิศไม่ดี จะนำพาความเจ็บป่วยเข้ามาสู่คนในบ้านได้

สรุป

ฮวงจุ้ยบ้าน และบ้านกลายเป็นของที่คู่กัน โดยมีความเชื่อว่า หากวางตำแหน่งบ้านถูกตามหลักฮวงจุ้ย ก็จะเป็นสิริมงคลแก่บ้าน มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา อยู่แล้วมีแต่ความร่ำรวย เป็นการเพิ่มพลังที่ดีเข้ามาในบ้าน

ซึ่งการอ่าน ทิศทางลม ให้ออก ถือเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้บ้านน่าอยู่ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานแล้ว ยังเป็นที่มาของเรื่องราวที่ Ruay แนะนำกันไปในวันนี้ คือ วิธีทำให้บ้านเย็น​ ที่สามารถทำให้บ้านธรรมดา ๆ กลายมาเป็นบ้านประหยัดพลังงานได้อีกด้วย 

บทความแนะนำอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email