คำอธิษฐานต้องห้าม

คำอธิษฐาน​ต้องห้าม เวลาทำบุญอย่าทำแบบนี้ มิเช่นนั้นผลร้ายจะเข้าตัวคุณเอง

“ขอให้มันพังพินาศ ขอให้มันชิบหาย” หยุด! อย่าหาทำ..ประโยคดังกล่าวนี้คือตัวอย่างของ “คำอธิษฐานต้องห้าม” ถึงแม้การอธิษฐานไม่ใช่เรื่องผิดบาป หรือขัดต่อศาสนาประการใด ตรงข้ามกันคำอธิษฐานกลับกลายเป็นหลุมพลางที่อาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวคุณเองได้เช่นกัน

การอธิษฐานเวลาทำบุญ คือ สิ่งที่ชาวพุทธส่วนใหญ่มักทำกันหลังจากทำบุญ คล้ายกับเป็นการตั้งเป้าหมาย หรือเลือกแนวทางว่าต้องการให้ผลบุญที่ทำส่งผลไปในทิศทางไหนและในเรื่องใด ซึ่งคำอธิษฐานบางอย่างหากฟังผ่าน ๆ อาจจะดูเหมือนดี และดันเป็นคำอธิษฐานที่คนปราถนากันอีกด้วย แต่รู้ไหมว่าความจริงแล้วคำอธิษฐานนั้นมีโอกาสส่งผลร้ายกับชีวิตอย่างไม่น่าเชื่อ เราจึงต้องระมัดระวังในการอธิษฐานพอกันพอสมควร

คำอธิษฐาน​ต้องห้าม เวลาทำบุญ

ในครั้งนี้ Ruay จะมาขอยกตัวอย่าง คำอธิษฐานต้องห้าม คำอธิษฐานที่ควรหลีกเลี่ยง ทั้งสำหรับตัวเองและให้ผู้อื่น ไม่แน่ว่าหนึ่งในคำธิษฐานต้องห้ามเหล่านั้นคุณเองก็อาจจะเคยเอ่ยปากขอไปแล้วก็เป็นได้ จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

ทำบุญ

ขอให้เป็นคู่กันทุกภพทุกชาติ

ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน..หลายคนเวลามีความรักที่มีความสุข ไปด้วยกันได้ดี มีความผูกพันกับคนรัก ก็มักอยากจะให้เขาอยู่กับเราตลอดไปไม่ว่าภพชาติไหน ๆ จึงอธิษฐานจิตขอให้ได้เกิดมาเป็นคู่กันอีกทุกชาติไป การอธิษฐานอย่างนี้มีโอกาสจะได้รับผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยสวยงามอย่างที่จินตนาการเอาไว้

เพราะเราไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่าอนาคตในวันข้างหน้าความรักยังจะหอมหวานแบบนี้หรือไม่ และด้วยผลแห่งกรรมอาจทำให้ชาติหน้า ไม่ได้เกิดมาเป็นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไม่ได้มาเกิดเป็นคน หรือเกิดคนละชนชั้น คนละศาสนา สุดท้ายก็อาจกลายเป็นความทุกข์ เพราะความแตกต่างที่นำพามาซึ่งความไม่ลงรอยกันได้

ขอให้มีคนรักมีคนรักคนเมตตา

คำอธิษฐานนี้ฟังเผิน ๆ เหมือนจะดี แต่ความจริงแล้ว คำอธิษฐานแบบนี้สามารถส่งผลให้เรามีคนรัก คนเมตตา และพยายามทำดีกับเราหลายคน จนอาจทำให้เราไขว้เขว หรือทำให้คู่รักของเราไม่พอใจ อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ความรักที่ดีอยู่แล้วพังทลายลงได้ 

ขออย่าให้พบให้เจอกันอีก

เวลาที่เราโกรธเราเกลียดใครบางคนแบบเข้าไส้เข้ากระดูก คนส่วนหนึ่งอาจจะเผลอเรอไปอธิษฐานขอให้ไม่ต้องพบต้องเจอกันอีก ซึ่งการอธิษฐานแบบนี้เป็นการอธิษฐานที่ตั้งอยู่บนจิตที่มีโทสะแฝงอยู่ หรือพูดได้ว่าเป็นจิตที่ผูกความโกรธเอาไว้ 

โดยการกระทำแบบนี้จะไม่ได้ทำให้เราห่างไกลจากคนคนนั้น แต่กลับทำให้จิตเราจะยิ่งผูกติดกับเขาไปเรื่อย ๆ ตามจองเวรกันไปไม่รู้จักจบสิ้น และมีโอกาสพบเจอเขาในชาติต่อ ๆ ไปอีกหลายชาติเลยทีเดียว ทางที่ดีเวลาโกรธเกลียดใครขอให้แผ่เมตตาให้เขาจะดีกว่า

ขอให้ทำอะไรก็ร่ำรวย ประสบความสำเร็จ

ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันน่ะสิ ๆ อย่างว่าแหละความสำเร็จและความร่ำรวยเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ปรารถนา แต่การอธิษฐานขอให้ร่ำรวยโดยไม่กล่าวให้ครอบคลุมชัดเจน อาจทำให้เราหลงผิดไปทำอาชีพที่ผิดกฎหมาย หรืออาชีพที่เป็นบาปได้

แล้วคำอธิษฐานนี้ก็ส่งผลให้เราประสบความสำเร็จอย่างมากมายในอาชีพที่ผิดกฎหมาย อาจทำให้เราได้บาปมากมายมหาศาล เหมือนเช่น มหาเศรษฐีบางคนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพที่ได้บาป เพราะเขามีบุญแต่เลือกอาชีพผิด

ขอให้ศัตรูพ่ายแพ้และพินาศ

นี่แช่งหรืออธิษฐานอะเอาดี ๆ เรียกได้ว่าคำอธิษฐานแบบนี้เป็นจิตที่มีแต่ความโกรธความอาฆาตแค้น อยากให้ผู้อื่นฉิบหายล่มจม ถือเป็นจิตอกุศลอย่างมาก และกลายเป็นเราเองนั่นแหละที่จะได้บาปจากการมีความคิดแบบนี้ ไม่ต่างจากการสาปแช่งผู้อื่นเลย ส่งผลให้เราเป็นคนพ่ายแพ้และพินาศเสียเอง

วิธีถอนคำอธิษฐาน

อ่าว! เคยอธิษฐานไปแล้วทำไงดี ? เชื่อว่าหลายคนต้องอุทานประโยคนี้ออกมาอย่างแน่นอนเมื่อทราบว่า คำอธิษฐานต้องห้าม มีอะไรบ้าง หรือบางคนอาจจะไม่ทราบเลยก็ได้ว่าชาติที่แล้วเราเคยไปผูกมัดใครด้วยคำอธิษฐานเหล่านั้นไว้บ้างหรือเปล่า

ไม่ต้องกังวลไป ทุกอย่างมีทางออกเสมอ แม้จะไม่สามารถลบล้างได้ไม่ว่ากรรมดีหรือกรรมชั่วที่เราเคยก่อไปนั้น แต่การขอขมา ขออโหสิกรรมนั้น จะช่วยกระตุ้นเตือนให้สำนึกถึงความผิดที่ทำลงไป และตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่กระทำผิดเช่นนั้นอีก รวมถึงมีสติที่จะไม่สาปแช่งใคร หรือบนบานอะไรพร่ำเพรื่ออีกด้วย 

และก่อนที่จะทำ “การถอนคำอธิษฐาน” ถอนคำสาบาน หรือแก้บน อะไรก็ตาม ต้องสร้างบุญใหม่ก่อน เพื่อนำบุญใหม่นี้อุทิศให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้ปฏิบัติธรรม หรือดวงจิตวิญญาณต่าง ๆ เพื่อการไปขอขมาลาโทษ 

การสร้างบุญนั้นอาจจะเป็นการใส่บาตร ทำสังฆทาน บริจาคเงินตามตู้ ช่วยเหลือคนอื่น อะไรก็ได้ที่เป็นทานวัตถุ ทำบุญให้เหมาะสมกับตนอย่าให้ตนเองเดือดร้อนหรือผู้อื่นเดือดร้อน เพราะอาจจะไม่ได้บุญจะได้บาปไปแทน 

วิธีถอนคำอธิษฐาน ถอนคำสัญญา ถอนคำสาปแช่ง ทำได้ดังนี้

ทำบุญ

เตรียม (ธูป 5 คู่ , เทียนขาวเล็ก 5 คู่ , ดอกไม้ 5 คู่ , เงินบาท 5 เหรียญ กล่าวต่อหน้าพระประธานที่ศักดิ์สิทธิ์) และว่าคาถา..

อิมัง มิฉา อธิษฐานัง ปันจะทะธาราปิ
ทุติยัมปิ อิมัง มิจฉา อธิษฐานัง ปันจุทัดธาราปิ
ตะติยัมปิ อิมัง มิจฉา อธิษฐานัง ปัจจุทัดธาราปิ

ข้าพเจ้าขอถอนคำอธิษฐาน ถอนคำสาบคำแช่ง คำบนบานที่ข้าพเจ้าได้ตั้งขึ้น พร้อมแล้วด้วยกิเลส ด้วยตัณหา ด้วยอุปทาน ด้วยโทสะ ด้วยโมหะ ด้วยมานะ ด้วยมิจฉาทิฐิ เป็นไปเพื่อความพยาบาทเบียดเบียน สร้างเวรสร้างกรรม ไม่ประกอบด้วยธรรม ไม่ประกอบด้วยวินัย ไม่ประกอบด้วยกุศล ไม่ประกอบด้วยปัญญา ไม่ประกอบด้วยบารมี ที่ข้าพเจ้าได้อธิษฐานไว้ สาปแช่งไว้ บนบานไว้ สัญญาไว้ ในอดีตชาติก็ดี ปัจจุบันชาติก็ดี

ลูกน้อมขออำนาจพระบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระรัตนตรัยและเทพพรมหมทั้ง 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน แม่พระธรณีได้โปรดเป็นสักขีพยานในการที่ลูกขอถอนคำอธิษฐานเหล่านั้น ถอนคำแช่ง คำสาบ คำบนบาน คำสัญญา ร้อยหน พันหน ณ กาล บัดนี้เทอญ

(… ตั้งจิต …) นะถอน โมถอน พุทธถอน ทาถอน ยะถอน นะคลอน โมคลอน พุทธคลอน ทาคลอน ยะคลอน ถอนด้วย นะโมพุทธทายะ นะมามิหัง

และ ณ กาลบัดนี้ข้าพเจ้า………ชื่อ………….. ขอถือ เพลา นี้ขออโหสิกรรม ต่อเจ้ากรรมนายเวร ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินนับแต่อดีตชาติทุกภพทุกชาติ จวบจนถึงปัจจุบันชาติ ที่เคยได้ล่วงเกิน เบียดเบียนท่าน ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ ทำให้ท่านเจ้ากรรมนายเวรทุกท่านเป็นทุกข์ จะระลึกได้หรือระลึกไม่ได้ก็ตามที บัดนี้ข้าพเจ้าได้สำนึกผิดแล้ว

ขอท่านเจ้ากรรมนายเวรทุกท่าน โปรดเมตตา อโหสิกรรมต่อกัน นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าจะสร้างบุญกุศล หมั่นบำเพ็ญบารมีอุทิศต่อเจ้ากรรมนายเวรทุกท่าน ขอทุกท่าน จงน้อมรับอนุโมทนา สาธุการและอโหสิกรรมให้ข้าพเจ้าด้วยเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ

และที่สำคัญมากที่สุด ก็คือ เมื่อได้ทำวิธีถอนคำอธิษฐาน ถอนคำสาปแช่งแล้ว อย่าได้หาไปทำอีกอันขาด ถ้าไม่ใช่เป็นการอธิษฐานเพื่อสร้างบุญกุศล สร้างกรรมดี เพราะจะต้องมานั่งแก้ไขในเรื่องนี้ตลอดเวลาของชีวิต

สรุป

การอธิษฐานขอพรนั้น ควรอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่ควรที่จะขอพรเพื่อทำร้ายใคร ไม่ขอพรเพื่อลาภยศเงินทอง แต่ควรปฏิบัติตนในศีลธรรมและทำความดีอยู่เสมอ เพื่อให้พรที่คุณต้องการเป็นจริงด้วยการกระทำและจิตใจที่คิดดีของคุณเอง โดย คำอธิษฐานต้องห้าม ได้แก่

  • ขอให้เป็นคู่กันทุกภพทุกชาติ
  • ขอให้มีคนรักมีคนรักคนเมตตา
  • ขอให้ทำอะไรก็ร่ำรวย ประสบความสำเร็จ
  • ขอให้ศัตรูพ่ายแพ้และพินาศ

ฉะนั้นแล้วต้องพึงระลึกกับตัวเองเสมอว่า ให้อารมณ์เป็นที่ตั้งของสติ อย่าให้อารมณ์มาทำร้ายตัวเราเองและผู้อื่นเลย เมื่อทำได้เช่นนั้นเชื่อว่าทุกอย่างจะส่งผลให้การกระทำของเราเปลี่ยนไปในทางที่ดี และดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาสู่ชีวิตแทนที่อย่างแน่นอน

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email