ฮวงจุ้ยห้องพระ

ฮวงจุ้ยห้องพระ จัดอย่างไร? ให้เสริมบารมี โชคลาภ ชีวิตดีไม่รู้ตัว

“แม่โลมา…วันนี้น้องหนูจัดห้องพระ ใหม่ ช่วยดูหน่อยจ๊ะว่าถูกต้องมั๊ย” คุณน้องหนูร้องบอกแม่โลมาจากข้างรั้วบ้าน ก็บ้านใกล้เรือนเคียงกันน่ะ อย่าให้ถึงรอบแม่โลมาบ้างจะใช้ให้เข็ดเลยฮ่า…ฮ่า…(อ่ะ..ล้อเล่น) “ได้จ๊ะ…เดี๋ยวแม่โลมาจะไปดู ฮวงจุ้ยห้องพระ ให้นะจ๊ะ”

ก่อนที่จะไปดูให้คุณน้องหนู แม่โลมา ขอหาข้อมูลให้กับทุกท่านก่อน การจัดห้องพระที่เหมาะสม ถูกหลักตามฮวงจุ้ยต้องทำอย่างไร เพราะนอกจากที่จะทำให้ผุ้ที่อาศัยอยู่ในบ้านมีความสงบสุขแล้ว ยังจะช่วยส่งเสริมบารมี ได้รับโชคลาภ อีกด้วย

โดยแต่เก่าก่อนห้องหนึ่งของบ้านที่เราชาวพุทธให้ความสำคัญอีกห้องหนึ่งคือ ห้องพระ แต่ปัจจุบันนี้หลาย ๆ ท่านอาจจะละเลยกับการจัดห้องพระไปบ้าง อย่างเช่น มีห้องพระแต่กลับใช้มาเป็นห้องเก็บของด้วย ซึ่งไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ดังนั้นวันนี้แม่โลมาจะนำข้อมูลการจัดห้องพระที่เหมาะสมให้กับทุกท่าน

วิธีการเลือกตำแหน่ง ฮวงจุ้ยห้องพระ

ตามหลักของฮวงจุ้ยแล้วนั้นห้องพระจะต้องมีการจุดธูปเทียน นั่นจะทำให้ในห้องพระเกิดพลังงานของธาตุไฟมากกว่าปกติ ดังนั้นในการเลือกตำแหน่งของห้องต้องเลือกพิจารณาดังนี้

ฮวงจุ้ยห้องพระควรอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วของชาวพุทธ พระ เป็นของสูง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงที่สุด ฉะนั้น จึงไม่ควรอยู่ต่ำกว่าผู้อยู่อาศัย นอนคร่อม หรือหันปลายเท้าไปทางพระ จึงต้องอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน แต่ถ้าหากเนื้อที่ของบ้านมีจำกัด ก็ให้พิจารณาดูว่าห้องที่อยู่เหนือห้องพระเป็นห้องอะไร เป็นห้องน้ำ หรือห้องนอน ถ้าใช่มันก็ไม่เหมาะสม

ห้องพระ

เป็นห้องที่อากาศถ่ายเทได้ดี

สำหรับผู้ที่ปฏิบัติธรรมมีการบูชาพระ จะต้องจุดธูป จุดเทียน ถ้าหากเป็นห้องที่สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี สะดวกสบาย ซึ่งควันจากธูปเทียนจะได้ไม่มารบกวนสมาธิในขณะที่ปฏิบัติธรรม และยังช่วยลดอันตรายจากควันไฟและเปลวเทียนไม่ให้ไหม้บ้านได้อีกด้วย

เป็นห้องที่อยู่ในบริเวณที่สงบ

ตามหลักของฮวงจุ้ยแล้วตำแหน่งที่ดีที่สุดของบ้านมีอยู่ 2 ตำแหน่ง คือ ตำแหน่งหน้าบ้าน ถือเป็นตำแหน่งโชคลาภ ส่วนตำแหน่งหลังบ้าน ถือเป็นตำแหน่งบารมี ดังนั้นห้องพระจึงควรเลือกสองตำแหน่งนี้ เพราะจะช่วยเสริมพลังงานบวกได้มาที่สุด

ห้องควรที่จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ

เนื่องจากทิศทั้งสองนี้เป็นทิศมงคล หรือถ้าหากไม่สามารถที่จะเลือกตำแหน่งของทิศดังกล่าวได้ ก็สามรถที่จะแก้ด้วยการ ให้ตั้งหิ้งพระ และองค์พระหันหน้าไปทางทิศดังกล่าวแทนก็ได้

ถ้าห้องพระติดกับห้องนอน

หากห้องพระติดกับห้องนอนให้ระวังเรื่องของการวางเตียงหันเท้าไปทางห้องพระ หากหันหัวเต้ยงไปทางห้องพระ ให้ดูตำแหน่งขององค์พระ หรือโต๊ะหมู่ ติดกับหัวเตียงหรือไม่ พราะถ้าติดกัน เมื่อนอนอาจจะได้รับอิทธิพลของธาตุไฟ จะทำให้ปวดหัวง่าย หรือนอนไม่ค่อยหลับ

ไม่ควรอยู่ติดห้องน้ำ

เพราะตามหลักของฮวงจุ้ยแล้วห้องน้ำจัดอยู่ในธาตุน้ำ ห้องพระจัดอยู่ในธาตุไฟ ดังนั้นธาตุน้ำจะบั่นทอนพลังของธาตุไฟ หากจำเป็นที่ห้องพระต้องติดกับห้องน้ำให้แก้โดยหาตู้มาพิงผนังทางด้านห้องน้ำ และให้หันพระไปทางทิศอื่น

จัดห้องพระ

วิธีการจัดหิ้งบูชาตามหลักฮวงจุ้ย

การจัดหิ้งบูชาต้องดูแลสะอาดเรียบร้อย เพราะหากไม่ดูแลให้ดีแล้วจากสิ่งที่ดีเป็นสิริมงคลของบ้านอาจจะกลายเป็นสิ่งอัปมงคลได้ ข้อแนะนำการจัดหิ้งบูชา มีดังนี้

  • ต้องสะอาดอยู่เสมอ เชื่อกันว่า หากปล่อยให้หิ้งบูชาสกปรกจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย ทำมาค้าขายไม่ขึ้น หมั่นเปลี่ยนน้ำสะอาด เปลี่ยนดอกไม้สดที่บูชาเป็นประจำ อย่าปล่อยให้ดอกไม้เหี่ยวเฉาคาหิ้งเพราะจะทะให้คนในบ้านจะมีชีวิตที่ไม่ค่อยมั่นคง
  • อย่าตั้งหิ้งพระเหนือประตูทางเข้าออก เพราะหากตั้งหิ้งพระในตำแหน่งที่คนเดินพลุกพล่าน จะทำให้คนในบ้านจะมีแต่ความวุ่นวาย
  • ไม่ควรตั้งหิ้งพระหันหน้าตรงกับห้องน้ำ หรือห้องครัว ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย จะมีแต่เรื่องขัดแย้ง เงินทองรั่วไหล
  • กรณีอยู่อพาร์เมนต์ ห้องเช่า หรือคอนโด ให้ตั้งหิ้งพระให้สูงกว่าศรีษะ เพราะหากตั้งในระดับที่ต่ำกว่าศรีษะจะทำให้คนในบ้านไม่เจริญก้าวหน้า การเงินเติบโดช้า หรืออาจจะถูกลดตำแหน่งหน้าที่การงานลงได้
  • ควรมีจำนวนองค์พระหรือองค์เทพเป็นเลขคี่ ตามหลักฮวงจุ้ย และความเชื่อของไทยไม่นิยมเป็นจำนวนเลขคู่
  • อย่าตั้งหิ้งบูชาไว้ใต้คาน เพราะจะทำให้ดวงชะตาของคนในบ้านถูกกด ไม่มีความเจริญรุ่งเรือง จะทำให้มีเรื่องปวดหัวอยู่เสมอ
  • หิ้งพระไม่ควรมองเห็นจากนอกบ้าน การตั้งหิ้งพระต้องอยู่ในมุมที่สงบ เป็นสัดส่วน แต่ถ้าเป็นร้านประกอบการค้าขายถือว่าไม่เป็นไร

วิธีการตั้งองค์พระทิศมงคล

เมื่อได้ตำแหน่ง ฮวงจุ้ยห้องพระ และหิ้งพระที่เหมาะสมแล้ว ตำแหน่งการตั้งองค์พระก็ถือได้ว่าสำคัญเช่นเดียวกัน ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วทิศที่เหมาะสมในการตั้งองค์พระ ได้แก่ ทิศเหนือ และทิศตะวันออก ซึ่งจะช่วยเสริมดวงชะตา และนำโชคลาภ มาให้กับผู้ที่อาศัยภายในบ้าน นอกจากนี้แต่ละทิศยัมีความหมายแตกต่างดังนี้

ทิศมงคลตั้งพระ
  • หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ : เป็นทิศเศรษฐี หากประกอบการงาน ทำมาค้าขายใด ๆ ก็จะเจริญร่ำรวยยิ่ง ๆ ขึ้น
  • หันหน้าไปทางทิศตะวันออก : เป็นทิศราชา จะประกอบการงานใด ๆ ก็จะเจริญ ใหญ่โต สมความตั้งใจทุกประการ
  • หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ : เป็นทิศปฐม เป็นทิศที่ไม่เหมาะสมที่จะทำการตั้งพระ เนื่องจากทำอะไรจะไม่ค่อยเจริญ ลาภผลตกต่ำ และแค่พอมีพอใช้
  • หันหน้าไปทางทิศใต้ : เป็นทิศจัณฑาล โดยทำงานอะไรก็จะติดขัด ยากลำบาก หากมีการลงทุน ก็มักได้ผลประโยชน์ไม่ค่อยคุ้มค่า
  • หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ : เป็นทิศวิปฏิสาร จะทำให้งานจะมีแต่ความเดือดร้อนยุ่งยาก ซ้ำยังมีผลกระทบมาสู่ครอบครัว รวมทั้งเพื่อนบ้าน
  • หันหน้าไปทางทิศตะวันตก : เป็นทิศกาลกิณี ไม่เป็นมงคล ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ก็จะเกิดความลังเลใจ อาจเกิดภัยอันตรายร้ายแรงกับคนภายในบ้าน ซึ่งควรหลีกเลี่ยงทิศนี้อย่างเด็ดขาด
  • หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ : เป็นทิศอุทธัจจะ จะทำงานสิ่งใด ผลงานที่ได้ก็จะไม่แน่นอน รวนเร ไม่ได้ผล
  • หันหน้าไปทางทิศเหนือ : เป็นทิศมัชฌิมาปฏิปทา จะทำงานใด ๆ ผลงานจะอยู่ในเกณฑ์พอปานกลาง ไม่ดีไม่ร้าย

ทิศต้องห้ามตั้งองค์พระของแต่ละปีเกิด

  • เจ้าของบ้านเกิดปีชวด ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศเหนือเด็ดขาด เพราะจะทำให้เจ้าของบ้าน เกิดอันตรายอย่างใหญ่หลวง จนถึงขั้นเสียชีวิตได้
  • เจ้าของบ้านเกิดปีฉลู ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเด็ดขาด เพราะจะทำให้เจ้าของบ้าน เกิดการเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน
  • เจ้าของบ้านเกิดปีขาล ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผู้หญิง และสมาชิกในครอบครัว เกิดอันตรายได้
  • เจ้าของบ้านเกิดปีเถาะ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันออกเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง คนในบ้านจะเสียชีวิต
  • เจ้าของบ้านเกิดปีมะโรง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันออกเด็ดขาด เพราะจะทำให้คนในบ้านเกิดการเสียหาย ทั้งชายและหญิง
  • เจ้าของบ้านเกิดปีมะเส็ง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เด็ดขาด เพราะจะทำให้คนในครอบครัว มีความยุ่งยากที่สุด จนหาความสงบสุขไม่ได้
  • เจ้าของบ้านเกิดปีมะเมีย ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศใต้ เพราะจะทำให้เกิดเรื่องราวอัปมงคลขึ้นภายในบ้าน
  • เจ้าของบ้านเกิดปีมะแม ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะทำให้ครอบครัวเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างไม่คาดฝันได้
หิ้งพระ
  • เจ้าของบ้านเกิดปีวอก ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะจะทำให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับสมาชิกเพศชายในครอบครัว
  • เจ้าของบ้านเกิดปีระกา ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันตก เพราะจะทำให้ทุกข์โศกมาเยือนครอบครัวจนต้องร้องไห้อยู่เสมอ
  • เจ้าของบ้านเกิดปีจอ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเด็ดขาด เพราะจะทำให้สมาชิกในครอบครัวอย่างมากถึงขั้นเสียชีวิตได้
  • เจ้าของบ้านเกิดปีกุน ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะจะทำให้เกิดเรื่องร้าย ๆ ในครอบครัวอยู่ตลอด อาจต้องมีการเสียเงินเสียทอง หรือขึ้นโรงขึ้นศาล

ลำดับการจัดตั้งองค์พระ

ลำดับตั้งองค์พระ

บางท่านอาจจะมีบูชาองค์พระหลายองค์ รวมถึงองค์เทพ ดังนั้นตงควรต้องรู้ลำดับการจัดให้เหมาะสมและถูกต้อง โดยสามารถจัดตั้งได้ตามลำดับดังนี้

  1. พระพุทธรูป
  2. พระอรหันต์
  3. พระอริยสงฆ์
  4. รูปเสมือนสมมติสงฆ์
  5. พระบรมรูปพระมหากษัตริย์
  6. เทพฮินดู
  7. อัฐิ รูปบูชาของบรรพบุรุษ
  8. ของขลังตามความเชื่อ

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ คงจะมีข้อมูลและเข้าใจกันบ้างแล้วว่าห้องพระควรที่จะจัดตั้งอย่างไรให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลอันสูงสุดกับเจ้าของบ้าน และบริวารที่อาศัยอยู่ภายใต้ชายคา แม่โลมาของเสริมอีกนิด ไม่ควรตั้งพระในห้องนอน โดยเฉพาะคนที่มีคู่แล้ว แต่หากจำเป็นควรใช้ฉากกั้นให้เป็นสัดส่วน

ห้ามตั้งหิ้งพระตรงบันได หรือใต้บันได ไม่ควรตั้งห้องพระหรือหิ้งพระอยู่เหนือห้องน้ำ และห้ามแขวนหิ้งพระกับผนังห้องน้ำ เมื่อมีห้องพระแล้วก็อย่าลืมสักการบูชาพระอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะนอกจากจะช่วยให้เรามีจิตใจสงบสุขแล้ว ยังช่วยเสริมดวงชะตาในด้านต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email