วัดมิ่งเมือง

วัดมิ่งเมือง จ.น่าน และวิธีไหว้เสาพระหลักเมืองรับทรัพย์!

อยากได้งานปัง ๆ ตังค์เข้ารัว ๆ ต้องไปไหว้เสาพระหลักเมืองที่ วัดมิ่งเมือง จังหวัดน่าน! ที่วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวน่านและขึ้นชื่อว่าเป็นวัดที่สวยที่สุดในจังหวัดอีกด้วย ล่าสุดก็เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่สปป.ลาวเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 64 ด้วยความรุนแรงขนาด 4.8 ทำให้สะเทือนมาถึงจังหวัดน่านและเชียงราย ใครที่กลัวก็สามารถไปสักการะเสาพระหลักเมืองได้เช่นกัน!

วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่ไหน?

ศาลหลักเมืองน่าน
ข้างในวัดมิ่งเมือง

ชาว ruay ท่านใดยังไม่เคยไป “วัดมิ่งเมือง” วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ ถ.สุริยพงศ์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนราชานุบาลสามารถมองหาได้ง่าย แนะนำให้ขับรถไปเองสะดวกดี โดยวัดแห่งนี้นอกจากจะมีสถาปัตยกรรมที่เป็นสีขาวงามสง่า จนใคร ๆ ต่างกล่าวว่าถ้ามาน่านต้องมาเยี่ยมวัดนี้เป็นที่แรกแล้ว ก็ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับการสร้างเมืองน่านอีกด้วย

ประวัติวัดมิ่งเมือง

ป้ายวัดมิ่งเมือง

ทราบมั้ยว่าวัดแห่งนี้เคยเป็นวัดร้างมาก่อน แต่ก่อนมีแค่ซากวิหารและมีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ต่อมาในราวปีพ.ศ. 2400 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช ผู้เป็นเจ้าเมืองน่านได้สถาปนาวัดขึ้นใหม่และใช้ชื่อว่า “วัดมิ่งเมือง” ตามชื่อของเสาหลักเมืองที่เรียกว่า “เสามิ่งเมือง” และเมื่อเวลาผ่านไปอุโบสถก็ได้ชำรุดทรุดโทรมลงจึงมีการบูรณะวัดขึ้นในปีพ.ศ. 2527

ในการรื้อสร้างวัดครั้งนั้นมีเจ้าอาวาส พระครูสิริธรรมภาณี (เสน่ห์ ฐานสิริ) เป็นผู้ออกแบบอุโบสถล้านนาร่วมสมัย โดยได้ออกแบบตามจินตนาการของท่าน และมีช่างเมืองน่านหรือ สล่าเสาร์แก้ว เลาดี สกุลช่างเชียงแสนโบราณเป็นผู้แกะลวดลายปูนปั้นอันวิจิตรตระการตาให้อุโบสถ 

อีกทั้งยังมีคุณสุรเดช กาละเสน จิตรกรพื้นบ้านของน่าน เป็นผู้วาดภาพจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถและสร้างประติมากรรมปูนปั้น โดยใช้เวลาร่วม 12 ปีเลยทีเดียว โดยแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2540 นอกจากนั้นยังมีการฝังเสาหลักเมืองและบูรณะสร้างเสามิ่งเมืองขึ้นใหม่ด้วยเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปัจจุบัน

เสาพระหลักเมือง จังหวัดน่าน

เสาพระหลักเมืองน่าน
เสาพระหลักเมืองจังหวัดน่านกำเนิดขึ้นเมื่อไหร่?

ถ้าอยากมีโชคลาภทั้งด้านการงาน การเงิน และการค้าขายต้องมาไหว้ “เสาพระหลักเมือง” หรือ “เสามิ่งเมือง” ประจำจังหวัดน่าน โดยเสาหลักเมืองนี้กล่าวกันว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยเจ้าอัตถวรปัญโญ ผู้ครองนครน่านองค์ที่ 57 โดยพระองค์ได้โปรดให้ฝังเสาหลักเมืองที่วัดมิ่งเมือง เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2331 เนื่องจากพระองค์ได้ไปร่วมพิธีฝังเสาหลักเมืองที่กรุงเทพฯมาในปี พ.ศ. 2325 จึงได้รับคติมาฝังเสาหลักเมืองน่านด้วย

ลักษณะดั้งเดิมของเสาพระหลักเมืองเป็นยังไง?

เสามิ่งเมือง เดิมทีมีลักษณะเป็นไม้สักทองขนาดใหญ่ สูงประมาณ 3 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 60 เซนติเมตร เป็นเสาทรงกลมที่มีส่วนหัวเกลาเป็นรูปดอกบัวตูมฝังไว้กับพื้นดินโดยตรง แต่ต่อมาในปีพ.ศ. 2506 ได้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงได้เกิดการบูรณะขึ้นเรื่อยมา และมาผุพังอีกครั้งในปีพ.ศ.2548 จึงได้มีการรื้อถอนศาลหลักเมืองเดิมลง และสร้างขึ้นใหม่เพื่อถวายแด่องค์รัชกาลที่ 9 ในวโรกาสครองราชย์ครบรอบ 60 ปี

ลักษณะเสามิ่งเมืองในปัจจุบันเป็นยังไง?

หลังจากที่มีการบูรณะศาลหลังเมืองน่านอีกครั้งในปีพ.ศ. 2549 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามมกุฎราชกุมารี ได้ทรงเสด็จมายกยอดเศียรท้าวมหาพรหมยอดศาลหลักเมืองน่าน เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 จึงทำให้เสามิ่งเมืองในปัจจุบันมีลักษณะเป็นเสาหลักเมืองสูง 3 เมตร มีฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลายลงรักปิดทอง และที่ยอดเสาก็มีจุดเด่นเป็นรูปพรหมพักตร์แกะสลัก 4 หน้า โดยแบ่งออกเป็น “เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา” นั่นเอง ซึ่งตั้งอยู่ในศาลาจตุรมุขด้านหน้าพระอุโบสถ

5 วิธีไหว้เสาพระหลักเมืองน่าน

หลังจากที่ทราบความเป็นมากันไปแล้ว คงทราบแล้วว่าการไหว้เสาพระหลักเมืองหรือ “ศาลหลักเมืองน่าน” ช่วยในเรื่องการงาน โชคลาภ ทำให้มีงานมั่นคง มีโชคด้านการเงินเข้ามา อีกทั้งยังช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยอีกด้วย ดังนั้นใครที่เดินทางไปเที่ยวน่าน จึงมักจะต้องแวะไปไหว้ศาลหลักเมืองก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งมีวิธีไหว้ดังนี้…

ข้างในวิหารเสาหลักเมืองน่าน

ของไหว้เสาพระหลักเมือง :

  • ธูป
  • เทียน
  • ดอกดาวเรือง
  • พวงมาลัยดอกไม้
  • ผ้าแพร

ขั้นตอนการไหว้ :

  1. จัดเตรียมของไหว้ให้เรียบร้อยหรือซื้อของไหว้ได้ที่วัด โดยจะมีธูปเทียน พวงมาลัยดอกดาวเรือง ผ้าแพรให้เรียบร้อย จากนั้นให้ไปไหว้ตามทิศของเศียรพรหมสี่หน้าเรียงลำดับทิศเหนือ ทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก หรือจะเลือกทิศที่เสริมดวงเฉพาะด้านก็ได้
  2. ควรไหว้ทิศเหนือก่อนเป็นอันดับแรก โดยทิศเหนือมีท้าวเวสสุวรรณเป็นผู้รักษา เป็นทิศแห่ง “พระเมตตา” เป็นทิศมงคลเสริมด้านอำนาจบารมี ด้านความเข้มแข็งมั่นคง มีคนนับถือและเกรงขาม
  3. ไหว้ทิศตะวันออก เป็นทิศที่มีท้าวธะตะรัฎฐะเป็นผู้รักษา หรือเป็นทิศแห่ง “พระกรุณา” ช่วยเสริมมงคลในด้านเสน่ห์ เมตตามหานิยม อยากเป็นที่รักของผู้ใหญ่ มีคนเอ็นดูคอยช่วยเหลือต้องไหว้ทิศนี้
  4. ไหว้เสาหลักเมืองทิศใต้ หรือทิศที่มีท้าววิรุฬหะกะเป็นผู้รักษา ทิศนี้เป็นทิศแห่ง “พระมุทิตา” ช่วยเสริมมงคลในด้านความมั่งคั่งร่ำรวย ทำให้ชีวิตอุดมสมบูรณ์ มีเกียรติยศชื่อเสียงและมีความสุข
  5. ไหว้ทิศตะวันตก หรือทิศที่มีท้าววิรูปักษ์เป็นผู้รักษา โดยเป็นทิศแห่ง “พระอุเบกขา” ช่วยเสริมมงคลด้านความสงบร่มเย็น ทำให้ชีวิตเป็นสุข มีมิตรที่ดี มีคนนับถือเชื่อถือ

5 จุดไหว้ขอโชคลาภ วัดมิ่งเมือง

นอกจากเสาพระหลักเมืองน่านแล้ว ถ้าได้มาวัดนี้ก็ยังมีอีกหลายจุดที่สามารถไปไหว้ขอโชค ขอเลขเด็ดหวยรัฐบาล หรือ หวยออยไลน์ ได้ ซึ่งไฮไลท์หลัก ๆ ที่ วัดมิ่งเมือง มีดังนี้…

พระประธานในโบสถ์

พระประธานวัดมิ่งเมือง
  • ความสำคัญ : เมื่อไปไหว้เสาพระหลักเมืองเรียบร้อบแล้ว สามารถเข้ามาในอุโบสถเพื่อไหว้ “พระประธาน” ของวัดมิ่งเมืองได้ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์เก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับวัดในสมัยแรก มีรูปลักษณ์เป็นองค์สีทองแบบล้านนาสวยงามและหาชมได้ยาก
  • วิธีไหว้ขอโชค : สามารถเข้ามากราบไหว้อธิษฐาน ขอโชคลาภด้านการเงินการงานได้แล้วแต่ศรัทธา โดยเชื่อกันว่าพระประธานจะช่วยมอบความสิริมงคลให้กับผู้มากราบไหว้ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย

ช้างเผือกแก้วพ่องาทอง

ช้างเผือกแก้วพ่องาทอง
  • ความสำคัญ : สำหรับรูปปั้น “ช้างเผือกแก้วพ่องาทอง” เป็นช้างเผือกวิเศษที่มีลักษณะมงคลมีงาเป็นสีทอง จึงเป็นรูปปั้นช้างที่ชาวน่านนับถือกันอย่างมาก
  • วิธีไหว้ขอโชค : สามารถยกมือไหว้อธิษฐาน ขอโชคลาภเลขเด็ด หวยฮานอย หวยรัฐบาลได้ตามศรัทธา ทั้งนี้ต้องไปเดินรอดใต้ท้องช้างด้วยทั้งหมด 3 รอบ โดยรอบแรกจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง รอบที่สองช่วยให้สมปรารถนาและสำเร็จ และรอบสุดท้ายช่วยให้มีทรัพย์สินเงินทองได้

ท้าวเวสสุวรรณ

ท้าวเวสสุวรรณ
  • ความสำคัญ : ผู้ที่ศรัทธา “ท้าวเวสสุวรรณ” คงทราบกันดีว่าพระองค์เป็นหนึ่งใน 4 จาตุมหาราชิกา อันประกอบไปด้วย ท้าววิรุฬหก ท้าววิรูปักษ์ ท้าวธตรฐ และท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งทั้ง 4 นั้นปกครองประตูเชื่อมกับโลกมนุษย์คนละทิศ โดยท้าวเวสสุวรรณมีพลังในการสยบภูตผีปีศาจ ช่วยแก้ฝันร้าย และช่วยมอบโชคลาภเงินทองให้กับผู้ที่ศรัทธาได้
  • วิธีไหว้ขอโชค : สามารถไปไหว้ท้าวเวสสุวรรณได้ด้วยการจุดธูป 9 ดอก ท่องนะโม 3 จบต่อด้วยคาถา “อิติปิ โส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ ท้าวเวสสุวรรณโณ จาตุมะหาราชิกา ยักขะพันตาภัทภูริโต เวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโม พุทธายะ” หลังจากนั้นก็อธิษฐานขอเงินทองได้ตามความเชื่อส่วนบุคคลเลย

พระประจำวันเกิด

พระพุทธรูปประจำวันเกิด
  • ความสำคัญ : พระพุทธรูปปางต่าง ๆ หรือ “พระพุทธรูปวันเกิด” เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าคอยปกปักรักษาเราตามวันเกิดต่าง ๆ โดยแต่ละคนนั้นเกิดมาก็จะมีพระพุทธรูปประจำตัวแตกต่างกัน ในอดีตเชื่อว่าเป็นกุศโลบายที่ชักชวนให้ลูกหลานเข้าวัดทำบุญ และบริจาคเงินตามพระประจำวันเกิดจะได้เป็นสิริมงคล
  • วิธีไหว้ขอโชค : สามารถไปไหว้และอธิษฐานขอโชคลาภ เลขเด็ด หวยลาว ได้ตามศรัทธา โดยแต่ละองค์นั้นก็จะมี บทสวดมนต์ประจำวันเกิด แตกต่างกันไป สามารถท่องเพื่อบูชาพระประจำวันเกิดปางต่าง ๆ ได้

เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ

เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ
  • ความสำคัญ : “เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ” หรือเจ้าอัตถวรปัญโญ ผู้ครองนครน่านองค์ที่ 57 เป็นผู้ให้สร้างเสาหลักเมืองที่วัดมิ่งเมืองและโปรดให้ฝังเสาหลักเมือง โดยเชื่อว่าถ้ามากราบไหว้ท่านก็จะทำให้มีความมั่งคั่งและมั่นคงในหน้าที่การงาน
  • วิธีไหว้ขอโชค : สามารถไปไหว้ด้วยการยกมืออธิษฐานสิ่งที่ปรารถนาในใจได้ นอกจากนั้นยังสามารถไหว้และหยอดเหรียญเข้าไปในตู้บริจาคก็ได้เช่นกัน เป็นการช่วยวัด ชำระหนี้สงฆ์ ไปด้วยในตัว ทำให้เราได้กุศลผลบุญ

สรุป

หากได้เดินทางไปเที่ยว วัดมิ่งเมือง จังหวัดน่าน ต้องไปไหว้เสาพระหลักเมืองที่เชื่อกันว่า จะช่วยเสริมสิริมงคลด้านการงานการเงินให้กับเราได้ ทำให้หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า มีเงินเข้ามา ค้าขายรุ่งเรือง นอกจากนั้นถ้าได้ไปที่วัดยังสามารถไปไหว้ขอโชคลาภได้จาก 5 จุดที่ห้ามพลาดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นพระประธานในโบสถ์ เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ หรือท้าวเวสสุวรรณ ฯลฯ ก็สามารถไปกราบขอเลขเด็ด หวยรัฐบาล งวดนี้กันได้!

อย่างไรก็ตามจะเดินทางไปจังหวัดน่าน แนะนำให้เดินทางโดยรถยนต์จะสะดวกที่สุด จะได้สามารถขับรถไปเที่ยวที่อื่นใกล้ ๆ ได้ด้วย ซึ่งนอกจากวัดมิ่งเมืองแล้วก็ยังมีวัดอื่น ๆ อีกมากมายที่นิยมไปไหว้กัน ไม่ว่าจะเป็นวัดภูมินทร์ วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดพระธาตุเขาน้อย วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ฯลฯ จังหวัดน่านนั้นถือเป็นเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ และรายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก ถือเป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่งในไทยเลย

ขอบคุณภาพประกอบจาก wongnai

บทความแนะนำ

Facebook
Twitter
Email